พระราชทานอภัยโทษปีนี้ สรยุทธ ได้ลดโทษ เตรียมปล่อย 4 หมื่นราย

เรื่องเด่น

มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2563 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศ

โดยที่ทรงพระราชดำริเห็นว่า ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 เพื่อเป็นการแสดงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมควรพระราชทานอภัยโทษ แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 และมาตรา 179 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 261 ทวิวรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2517 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้

รายงานข่าวระบุว่า สำหรับผู้ต้องขังระดับบิ๊กเนม ซึ่งเป็นนักการเมืองส่วนใหญ่ไม่อยู่ในเกณฑ์ได้รับการพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวออกจากเรือนจำ เนื่องจากกระทำความผิดตามบัญชีแนบท้าย แต่จะได้รับการลดวันต้องโทษตามสัดส่วน เพื่อเข้าสู่กระบวนการพักการลงโทษปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษ โดยติดกำไลอีเอ็ม หรืออุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ติดตามตัว เช่น นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ นายปลอดประสพ สุรัสวดี ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุ และได้รับโทษจำคุกมาแล้ว 5 ถึง 6 เดือน จึงได้รับโทษมาแล้ว 1 ใน 3

ขณะที่นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการข่าว ต้องโทษจำคุก 6 ปี 24 เดือน และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ได้รับการลดโทษตามสัดส่วน เช่นเดียวกับนักโทษกลุ่มแกนนำการชุมนุมก่อความไม่สงบปิดล้อมบ้านพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ต้องโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือน อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายพายัพ ปั้นเกตุ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์

สำหรับพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ เมื่อประกาศลงราชกิจจานุเบกษา กรมราชทัณฑ์ต้องดำเนินการตรวจสอบว่านักโทษรายใดมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษจะได้รับการทยอยปล่อยตัว ภายในเวลา 3 เดือน