รัสเซียเฮ ปูติน เผยวัคซีนโควิดพัฒนาสำเร็จแล้ว

เรื่องเด่น

เว็บไซต์ นสพ.The Moscow Times ของรัสเซีย เสนอข่าว Putin Announces World s First Coronavirus Vaccine อ้างการเปิดเผยของ วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่ระบุว่า วัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ที่พัฒนาโดยรัสเซียสำเร็จและได้ขึ้นทะเบียนแล้ว อีกทั้งลูกสาวของตนยังเป็นคนหนึ่งที่ได้รับการฉีดวัคซีนดังกล่าวแล้วด้วย โดยมีผลข้างเคียงคืออุณหภูมิร่างกายเพิ่มเป็น 38 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 1 วัน

โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ สถาบันวิจัยกามาเลยา (Gamaleya Research Institute) ซึ่งดำเนินการโดยรัฐบาลรัสเซีย ได้เปิดให้มีการทดสอบวัคซีนโควิด-19 ในมนุษย์โดยมีอาสาสมัครหลายพันคน และรัสเซียมีแผนจะผลิตวัคซีนดังกล่าวจำนวนมากตั้งแต่เดือน ก.ย.2563 เป็นต้นไป ทั้งนี้ วัคซีนดังกล่าวมีชื่อลงทะเบียนว่า “สปุตนิก-5 (Sputnik-V)” และจะเริ่มฉีดให้ประชาชนอย่างแพร่หลายตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2564 เป็นต้นไป ซึ่งปัจจุบันรัสเซียมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมรวมเกือบ 9 แสนคน สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก

ในเวลาต่อมา The Moscow Times ได้เสนอข่าว WHO Wants to Review Russian Vaccine Safety Data อ้างแถลงการณ์ของ องค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ได้แจ้งว่า การรับรองวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 จะต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเสียก่อน โดย ทาริค ยาซาเรวิค (Tarik Jasarevic) โฆษกขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกกำลังประสานกับหน่วยงานสาธารณสุขของรัสเซีย และกำลังมีการหารือเรื่องการได้รับวัคซีนก่อนเข้าเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก

รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า วัคซีนสปุตนิก-5 พัฒนาโดยสถาบันวิจัยกามาเลยา ที่มีความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย การทดสอบล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ก.ค.2563 มีการฉีดให้กับอาสาสมัคร 165 คน ในจำนวนนี้ 139 คน ยังอยู่ในการประเมินก่อนการรักษาทางคลินิก ในขณะที่อีก 26 คน อยู่ในขั้นตอนต่างๆ เกี่ยวกับการทดสอบวัคซีนในมนุษย์ ซึ่งทั้ง 6 ขั้นตอนนี้เป็นระยะไกลที่สุดหลังจากถึงระยะที่ 3 ของการประเมินทางคลินิก ทั้งนี้ อาสาสมัครในสถาบันวิจัยกามาเลยา 1 ใน 26 คน ได้รับการระบุว่าอยู่ในระยะที่ 1

คิริล ดมิเทรียฟ (Kirill Dmitriev) หัวหน้ากองทุนเพื่อการลงทุนทางตรงของรัสเซีย ซึ่งอนุมัติงบประมาณสนับสนุนโครงการวัคซีนโควิด-19 กล่าวว่า การทดลองระยะ 3 จะเริ่มต้นในวันที่ 12 ส.ค.2563 และจะมีการผลิตจำนวนมากในเดือน ก.ย.2563 ทั้งนี้ มี 20 ประเทศ สนใจสั่งซื้อแล้วมากกว่า 1 พันล้านโดส ขณะที่ ยาซาเรวิค กล่าวย้ำว่า เพื่อให้ได้สิ่งนี้ จะต้องมีการตรวจสอบและประเมินข้อมูลความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่จำเป็นทั้งหมดซึ่งรวบรวมผ่านการทดลองทางคลินิก และองค์การอนามัยโลกจะดำเนินการอย่างเดียวกันกับวัคซีนของทุกเจ้า

ทั้งนี้ การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดการระดมทุนเพื่อเร่งวิจัยหาทางป้องกันและรักษาโรคอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนโดยหวังว่ามันจะสามารถปกป้องชีวิตมนุษยชาตินับพันล้านคนทั่วโลก โฆษกองค์การอนามัยโลก ทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจากความเร็วในการพัฒนาวัคซีนจากผู้ผลิตหลายราย และหวังมาตลอดว่า บางส่วนของวัคซีนเหล่านี้จะพิสูจน์ได้ว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเร่งความคืบหน้าไม่ได้หมายความว่าจะต้องลดความปลอดภัยลง

ที่มา naewna